Pizza Pazza พิซซ่าอร่อยในซอยพหลโยธิน11

05/09/2010 § Leave a comment

วันนี้พาตัวออกจากถิ่นไปไกลถึงซอยพหลโยธิน11 กันเลยค่ะ เพราะว่าเพื่อนการันตีมาว่าพิซซ่าร้านนี้อร่อยเด็ด

การเดินทางไปก็ไม่ได้ยากเย็น ถ้าไปตามประสาคนไม่มีรถอย่างเรา ก็นั่ง BTS ไปสถานีอารีย์ จากนั้นก็ไปลงฝั่งปั๊มเชลล์ แล้วต่อแท็กซี่เข้าซอยพหลโยธิน11 เข้าไปไม่ลึกมาก พยายามมองด้านซ้ายมือ เดี๋ยวก็จะเจอแล้วล่ะ

ตรงนั้นจะมีอยู่ 3 ร้านติดๆ กันค่ะ ร้านแรกจะเป็ น Pizza Pazza ต่อด้วย Sugar bowl และ PH1b มื้อนี้เราพาไปชิม 2 ร้านค่ะ

Pizza Pazza แต่งร้านเรียบๆ สวยดี ด้านในร้านเป็นปูนเปลือยทั้งหมด มีโต๊ะให้นั่งไม่มากไม่น้อย แต่วันที่เราไปก็มีเราเป็นลูกค้าอยู่โต๊ะเดียว ก็เลยสบายๆ ค่ะ เสียงดังได้ไม่ต้องเกรงใจใคร (อิอิ)

แผ่นเมนูของที่ร้านก็ทำซะน่ารักมาก โดยด้านนึงจะเป็นรายชื่ออาหารและราคาตามสูตรเมนูทั่วไป แต่อีกฝั่งนึงจะเป็นงานศิลปะ ที่เข้าใจว่าเจ้าของร้านแกน่าจะลงมือเอง แต่ละแผ่นลายไม่ซ้ำกันด้วยนะ น่ารักดีค่ะ

หลังจากสั่งอาหารไป นั่งรอไปซักหน่อย แป๊บเดียวก็มีแผ่นแป้งอบกรอบๆ มาให้กินเล่นกัน กรุบๆ

มาแล้วค่ะ เมนูเส้นที่สั่งมาเป็นออเดิร์ฟ จานแรกเป็นสปาเกตตี้กุ้งผัดกับกระเทียม (ในเมนูเขาเขียน Prawn Garlic) รสชาติดีเยี่ยม เผ็ดๆ ร้อนๆ หน่อย จานต่อมาเป็นสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ที่หอมมันแบบเข้มข้นเลยล่ะ รับประกันได้เลยว่าจานนนี้ต้องถูกใจแฟนๆ คาโบนาร่าแน่นอน ส่วนจานสุดท้ายที่สั่งก็เป็น “From Hell” หรือสปาเก็ตตี้ลาบ ที่รสจัดจ้าน เผ็ด เค็ม เข้มข้นมาก ไม่เหมาะกับการทานคนเดียว ควรลงแขกกินกันเป็นกลุ่ม คนละหนุบ คนละหนับ น่าจะเหมาะสมกว่า

เมื่ออิ่มหนำจากสปาเก็ตตี้แล้ว ต่อมาก็ถึงเวลาของพิซซ่า เริ่มต้นด้วยถาดเล็กกันก่อนดีกว่า มีชื่อว่า “กุ้งแบบซิซิเลียน” ลักษณะของมันจะเป็นกุ้ง ซอสมะเขือเทศ กับมะเขือเทศราชินี อยู่บนแป้งพิซซ่าบางเฉียบและกรอบมาก  ถึงแม้เราจะเขี่ยมะเขือเทศออกเพราะกินไม่เป็น แต่ก็รับประกันได้ว่าอร่อย

ต่อมาเป็นถาดใหญ่ ผสมได้สองหน้า หน้าแรกเป็น “เ็ห็ดและชีส” (จริงๆ มันมีชื่ออย่างเป็นทางการของมันอยู่หรอก แต่ไม่ไ่ด้มองเลย) หน้านี้เราว่าก็อร่อยดี คุณแฟนชอบมาก อีกครึ่งนึงเป็นหน้าแฮมกับผักร็อกเก็ต (ทำชื่ออย่างเป็นทางการของมันไม่ได้อีกละ) เพื่อนเราสั่งเพราะชอบ พร้อมทั้งย้ำนักย้ำหนาว่า “ผักอร่อย” ส่วนเรา ไม่ใช่นักกินผัก ก็เลยว่ายังไงๆ ก็ไม่เห็นจะอร่อย 555 แต่ว่าตัวพิซซ่ามันอร่อยนะคะ ถ้ามองข้ามผักไป

มื้อนี้ไปกินทั้งหมด 5 คน หารออกมาแล้วตกคนละ 264 บาท ไม่แพงนะ อิ่มและอร่อยด้วย ^^

จบของคาวก็ไปต่อด้วยของหวานที่ร้าน(เกือบ)ข้างๆ อย่าง PH1b ชื่อร้านแบบนี้ แอบได้ยินมา่ว่ามันย่อมาจาก “Pent House ห้อง 1B” ที่เจ้าของร้านและเพื่อนชอบไปนอนพักผ่อน (โห)

งานนี้เราไม่เน้นเครื่องดื่มค่ะ ไปถึงก็สั่งเค้กมา 2 ชิ้น คือ Strawberry on shortcake และ บลูเบอรี่ชีสโยเกิร์ตเค้ก ส่วนอีกถ้วยเป็น บราวนี่ฮอทฟัดจ์ ชอบถ้วยสุดท้ายที่สุด เพราะว่ามันมีรสและกลิ่นของนมผง ถูกใจคนชอบกินนมอย่างเรา

เอาไว้คราวหน้าจะแวะไปชิม Sugar Bowl แล้วก็ลองเครื่องดื่มของ PH1b เค้าซะหน่อยละกันนะ ติดเอาไว้ก่อน ^^

Advertisements

คิดถึงแม่…

12/08/2010 § Leave a comment


ตั้งแต่ฉันยังเด็ก สถานที่ที่ฉันผูกพันนอกจากที่บ้านแล้ว ก็คงจะเป็น “โรงเรียนของแม่” เพราะตั้งแต่เด็กๆ แม่จะอุ้มฉันไปทำงานด้วยกัน โดยแม่จะมีห้องประจำตัวคือ “ห้องสมุด” นั่นก็เพราะแม่ควบรวมตำแหน่งครูและ บรรณารักษ์ไปพร้อมๆ กัน (ตอนเด็กๆ ฉันคิดว่าแม่ยิ่งใหญ่มาก 555) ดังนั้นหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดก็จะต้องผ่านตาแม่ และแม่ก็จะหอบมาให้ฉันอ่านที่บ้าน นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ฉันมีเพื่อน เป็นหนังสือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นอกจากการเป็นบรรณารักษ์ (จำเป็น) แม่ยังเป็นครูสอนภาษาไทย สิ่งที่แม่จริงจังมากๆ ก็คือเรื่องการสะกดคำ เพราะเด็กๆ ชอบสะกดคำผิด ยิ่งถ้าให้แก้แล้วก็ยังผิดกลับมาอีก แม่ก็จะยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทั้งดุ ทั้งว่านักเรียน จนบางครั้งที่ฉันนั่งดูแม่สอนหนังสืออยู่ด้วย ยังอดกลัวไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น แม่ก็ยังเป็น “ครูปุก” ที่นักเรียนทุกคนรักเสมอมา

แม่มีน้ำใจให้กับเด็กๆ เสื้อผ้าอะไรที่ฉันใส่ไม่ได้ หรือไม่ได้ใส่ แม่ก็จะเอาไปให้เด็กๆ (นักเรียนของแม่ฉันอาจเรียกได้ว่าเป็นเด็กด้อย โอกาส) ตอนเย็นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าแม่เจอนักเรียนวิ่งเล่นอยู่ แม่ก็จะซื้อขนม ซื้อไส้กรอกทอดให้เด็กๆ กิน และถ้าใครเรียนอ่อนมากๆ แม่ก็จะจับมานั่งตะบี้ตะบันสอนในตอนเย็น (แบบไม่คิดเงิน แถมเลี้ยงข้าวด้วย) แม่มีลูกศิษย์เยอะแยะมากมาย บางคนที่แม่สอนตั้งแต่รุ่นแม่ยันรุ่นลูกเลยก็มี

แม่บอกฉันเสมอว่าอย่าเป็นครู เพราะการเป็นครูเหนื่อยมาก นอกจากจะต้องสอนหนังสือ อบรมกิริยามารยาทให้เด็กๆ แล้ว ยังมีภาระหน้าที่อีกมากมาย ทั้งสื่อการสอน แผนการสอน ตรวจการบ้านฯลฯ แม่เคยบอกไว้ว่า “เด็กสมัยนี้เรียนเก่งก็จริง แต่ไม่มีคุณธรรม เพราะครูต้องเอาเวลาไปทำแผนฯ ทำเรื่องไร้สาระเพื่อให้ผ่านการประเมิน เวลาที่มีให้เด็กๆ ก็ลดลงไป เด็กๆ น่ะ เก่งอย่างเดียวไม่พอหรอก”

ฉันไม่รู้ว่าคำจำกัดความของคำว่า “ครู” ในความหมายของคนอื่นจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับฉัน คำว่าครู ก็คือแม่ แม่คือครูที่อุทิศทุกช่วงเวลาของชีวิตให้กับการศึกษา ให้กับการอบรมสั่งสอนเด็กๆ ให้เป็นคนดีและมีวิชา แม่ไม่เคยหวังให้ลูกศิษย์ของแม่เป็นใหญ่เป็นโต หรือมีชื่อเสียงเกียรติยศ แม่แค่หวังให้ลูกศิษย์ของแม่เป็นคนดี และมีที่ยืนอยู่ในสังคมนี้ นั่นก็เป็นความพอใจมากที่สุดในชีวิต “ครู” อย่างแม่…

______________________________

บทความนี้ฉันเขียนให้แม่ เพื่อลงหนังสือที่ระลึกในพระราชทานเพลิงศพของท่าน เมื่อตะกี๊นึกครื้มก็เลยไปรื้อหาเอาหนังสือ เล่มนี้มาอ่านอีกครั้ง แล้วก็คัดลอก (ตัดแต่งเล็กน้อย) เอามาลงไว้ใน blog สำหรับวันแม่ปีนี้ซักหน่อย

ยังเชื่อว่า แม่ยังนั่งอยู่ข้างบนนั้น อ่านหนังสือนิยายเรื่องโปรดเล่มแล้วเล่มเล่า ได้กินแกงไตปลา แกงเหลือง แกงส้ม กินลอดช่อง ทุเรียน และของหวานอีกมากมายแบบที่ไม่ต้องกลัวเบาหวานจะขึ้น ได้เดินไปไหนต่อไหนโดยที่ไม่ต้องคอยห่วงว่าจะเจ็บเท้า มีเตียงนุ่มๆ ให้แม่นอน มีเพื่อนดีๆ ที่สามารถนั่งเม้าท์มอยกันได้ ที่นั่นคงมีความสุขมาก และลูกก็จะดีใจ ถ้าตอนเย็นๆ ค่ำๆ แม่จะออกมานั่งที่ระเบียง แล้วชะโงกมองลงมาข้างล่าง เฝ้ามองลูกที่ยังดำเนินชีวิตอยู่บนโลกยุ่งๆ ใบนี้

คิดถึงเธอตลอดเวลา (และฟูมฟายบ้างในบางโอกาส)

จาก ลูก ^^

Where Am I?

You are currently browsing the The Food category at NidNok Koppoets's Blog.