ฉันรักเธอ “อัมพวา”

23/08/2010 § 1 Comment

แฮ่มๆ ขอแอบข้ามทริปเสม็ดไปก่อนนะค้า 555 ทิ้งเอาไว้นานจนแทบจะลืม เดี๋ยวจะรีบมาสานต่อให้เสร็จสมดั่งใจ
แต่งานนี้ต้องลัดคิวให้ทริปเล็กๆ ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ กับการฉลองครบรอบหนึ่งปีที่แสนหวานกับคุณหวานใจ ที่ “อัมพวา” เมืองเก่าสุดโรแมนติก ^^

ตอนแรกเราตั้งใจจะไปเกาะล้านค่ะ เพราะว่ายังไม่เคยไปกันทั้งคู่ แต่ว่าคุณแฟนอยากไปอัมพวา (อาจจะเพราะเพิ่งไปเกาะเสม็ดมาด้วยมั้ง พ่อเจ้าประคุณอ่านก็เลยเบื่อทะเล) เพราะว่าอยากจะไปกินๆๆๆๆๆ อ่ะ งั้นเราก็ตามใจ ไปอัมพวาก็ดีเหมือนกันเพราะว่าไม่ไกล แถมค่าใช้จ่ายถูกด้วย

ออกเดินทางกันวันที่ 21 สิงหาคมค่ะ โดยเราเลือกนั่งรถตู้สาย “บางปะแก้ว – แม่กลอง” (เป็นคนบ้านอยู่ฝั่งธนทั้งคู่เลย ฮี่ๆ) อันที่จริงนี่ถือเป็นความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย เพราะแต่ก่อนเวลาไปอัมพวาจะไปขึ้นรถตู้ที่ปิ่นเกล้าโน่นแหนะ แต่เสิร์ชไปเสิร์ชมาก็เจอรถตู้คิวนี้ ที่ตั้งก็หาเจอไม่ยากค่ะ ถ้ามาจากดาวคะนองก็ลงรถเมล์ป้ายตลาดบางปะแก้ว จากนั้นก็ขึ้นสะพานลอยข้ามถนนไปฝั่งโรงหนัง พอลงสะพานลอยมาเท่านั้นแหละ ก็จะเห็นคิวรถตู้จอดอยู่เรียงราย จ่ายเงินไป 50 บาทเท่านั้น พี่รถตู้ก็พาเราไปถึงตลาดแม่กลองเลยจ้าาา

พอไปถึงแม่กลองปุ๊บ ก็ต้องไปอุดหนุน “น้ำปั่นเฮียปุ๊” เค้าซักหน่อย ติดใจร้านของเฮียแกมาตั้งแต่เมื่อครั้งก่อนที่มาค่ะ คราวนี้เพิ่งได้สังเกตว่าร้านเฮียแกเนี่ย “อธิบดีชวนชิม” เชียวนะ 555 น้ำปั่นร้านเฮียต้องถือว่าราคาไม่ถูกถ้าคิดว่ามันขายในตลาด แต่ก็ไม่แพงถ้าคิดถึงเรื่องรสชาติ (แก้วไซส์กลาง 15 บาท) เฮียแกค่อนข้างตั้งใจปรุง แล้วก็ใช้ของดีค่ะ เราเลือกชิมรสนมเย็น ส่วนของแฟนทานโกโก้ปั่น อร่อยเข้มข้นแล้วก็ไม่หวานเลี่ยน ประทับใจกันไปค่าาา ^^

เมื่อดื่มน้ำกันจนหวานชื่นใจแล้ว เราก็เดินดุ่มๆ ลัดเลาะเข้าไปทางตลาดหุบร่ม ตามหาเซเว่นที่อยู่ตรงข้ามธนาคารนครหลวงไทย เพื่อไปขึ้นรถสองแถวสาย “โรงเจอัมพวา” เข้าตัวเมืองอัมพวาค่ะ สังเกตง่ายๆ ว่าที่หน้าเซเว่นจะมีรถสองแถวสีฟ้าจอดเรียงราย กระโดดขึ้นไปเลย ไม่เกินสิบนาทีเราก็จะไปถึงอัมพวากันแล้ววว!

จากนั้นก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก “บ้านสราญรมย์” ซึ่งจะขอแยกไปเล่าเป็นอีกบล็อกนะคะ (รอทำลิงก์แปปนึงจ้า) พักผ่อนกันไปตามอัธยาศัยได้ซักแปปนึง ก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปอุทยาน ร.2 ค่ะ ซึ่งจากบ้านพักเราต้องถือว่าเดินไปได้สบายมาก ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย สำราญใจจริงๆ

และแล้วเราก็มาถึงอุทยานร.2 แล้วค่ะ บรรยากาศข้างใจก็ร่มรื่นสวยงามดี ข้อที่เราชอบคือมันมีต้นไม้เยอะ ร่มรื่นและอบอุ่น เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมวิว แล้วก็คุยกันไปเรื่อยๆ แต่ที่เฉยๆ แล้วก็เอียนก็อาจจะเป็นอาคารทรงไทยปลอมๆ ที่ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อการท่องเที่ยว 555 (อาจจะดูขวางโลกไปซักหน่อยนะ :P) แต่ก็ต้องถือว่าเป็นความตั้งใจที่ดีค่ะ ที่จะสร้างสถาปัตยกรรมไทยเก็บเอาไว้ให้เด็กๆ ได้ดูได้เห็น เวลาเดินขึ้นไปก็รู้สึกเหมือนอยู่ในละครช่อง7 เลย 555

อีกส่วนที่ค่อนข้างประทับใจ ก็คือ “พิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวา” ที่ผู้สร้างค่อนข้างตั้งใจและจัดแบ่งประเภทเนื้อหาได้ดี แถมยังมีวิธีการให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ “เล่น” กับความรู้ เช่น แผนผังเมืองอัมพวาที่มีแม่น้ำแม่กลองเป็นหัวใจสำคัญ ก็สามารถกดเลือกสถานที่ต่างๆ แล้วเราก็จะเห็นไฟขึ้นที่จุดนั้น หรือ มุมที่ให้เราฟังเพลงจากครูเพลงแห่งเมืองแม่กลอง อย่างครูเอื้อ สุนทรสนาน, ทูล ทองใจ และหลวงประดิษฐ์ไพเราะ เสียดายอยู่นิดหน่อยตรงที่พิพิธภัณฑ์นี้มี “ภาษาเดียว” ทำให้ชาวต่างชาติอาจจะพลาดรายละเอียดที่เราต้องการจะสื่อสารกับเขาไปก็ได้นะ (แอบบ่น อิอิ)

เคยได้ชมพิพิธภัณฑ์ที่มีรูปแบบคล้ายๆ อย่างนี้ แต่ว่าอยู่ที่สิงคโปร์ค่ะ ห้องนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ National Museum ของเขา ซึ่งถือว่าทำได้สมบูรณ์ สวยงามและรายละเอียดครบถ้วนดีเชียว ถ้ามีโอกาสได้ไปสิงคโปร์อีกก็จะแวะเข้าไป แล้วจะเก็บภาพมาฝากกันแบบเป็นทางการนะคะ ^^

เมื่อสำรวจจนทั่วบริเวณอุทยาน เราก็เมื่อยและหิวกันเต็มที่ ก็เลยรีบรุดออกไปเพื่อหาของอร่อยๆ ทานกัน เหยื่อของเราในมื้อนี้คือร้าน “น้องอุ้ม” ค่ะ (ต้องสารภาพว่าตอนแรกตั้งใจจะไปทานที่ “ช้างเผือก” แต่ด้วยความที่เราสองคนไม่มีรถ แล้วแม้จะตั้งใจเดินไปทานแล้วก็ตาม แต่ที่ตั้งของร้านช้างเผือกมันช่างไกลเกินกว่าสองขาของเราจะรับไหว สุดท้ายก็ต้องเลือกร้านน้องอุ้ม ที่ดังไม่แพ้กันค่ะ)

เข้าไปที่ร้านตอนแรกก็หวั่นๆ กันเล็กน้อย เพราะว่าที่ร้านเงียบมาก (ขนาดพนักงานยังนั่งหลับเลยอ่ะ o_O) ชักเสียวในใจว่ามันอร่อยจริงรึเปล่าวะเนี่ย! แต่ก็คิดกันว่าไหนๆ ก็เดินเข้ามาแล้ว จะกลับตัวออกไปก็กระไรอยู่ ลุยมันซักตั้ง แต่ก็เป็นโชคดีของเราอย่างนึงค่ะ ตรงที่เราได้ทำเลทองของร้าน เป็นที่นั่งที่วิวดีที่สุดในร้าน ยื่นเข้าไปในแม่น้ำ คืบก็แม่กลอง ศอกก็แม่กลอง มีความสุขจริงๆ

อาหารที่สั่งกันมาวันนี้ก็ต้องถือว่าทานแบบพอเพียง หม้อแรกเป็นต้มยำกุ้ง (กุ้งเฉยๆ ค่ะไม่ใช่กุ้งแม่น้ำ เพราะว่ากุ้งแม่น้ำหมด) จานต่อมาเป็นทะเลผัดฉ่า และจานเด็ดสุดท้ายเป็นปลากระพงทอดน้ำปลา

ว่ากันทีจะเมนูเลยนะคะ “ต้มยำกุ้ง” นี่ถือว่าไม่ได้โดดเด่นอะไร รสชาติพอประมาณ ทานได้ ซดได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ติดปาก ที่เด็ดน่าจะอยู่ที่ปริมาณกุ้งแชบ๊วยที่คุณป้าแม่ครัวท่านยกทั้งแม่น้ำมาให้เรากิน อะไรมันจะเยอะขนาดนั้น ตักเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันจะหมด ช่วยด้วยยยย!!!

จานต่อมาคือ “ทะเลผัดฉ่า” เออ! จานนี้เข้าท่าแฮะ รสชาติถึงเครื่องและเผ็ดร้อนถูกปากมากๆ เครื่องเคราก็ใส่มาให้เยอะถึงใจ มีเนื้อปลา กุ้ง หมึก และลูกชิ้นปลากราย ซึ่งเจ้าลูกชิ้นปลากรายนี่แหละที่อร่อยมากกกกกก! ปกติทานลูกชิ้นปลากรายก็จะไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ก็คิดตลอดว่ามันเป็นแป้งปั้น แต่กับที่นี่มันอร่อยเป็นพิเศษแฮะ สงสัยเค้าใช้แป้งดี 555 ยิ่งพอมาผัดกับเครื่องต่างๆ แล้วยิ่งอร่อยล้ำเชียวค่ะ ใครมาร้านนี้อย่าพลาด

(อ้อ พอกลับมาที่ออฟฟิศ พี่อีกคนที่เป็นนักชิมก็เป็นอีกหนึ่งเสียงบอกว่า “เอ็นหอยผัดฉ่า” ที่ร้านนี้อร่อยเชียว แสดงว่าร้านนี้เค้าดังเรื่องผัดฉ่าเนอะ)

ส่วนจานสุดท้ายเป็น “ปลากระพงทอดน้ำปลา” ทอดได้กรอบอร่อยและไม่อมน้ำมัน หั่นแบะปลาออกมาจนทานได้ง่ายเชียว แต่เสียอย่างเดียวตรงที่น้ำซอสน้ำปลามันไม่ค่อยเยิ้มออกมาเท่าไหร่ ทำให้เราต้องพึ่งพาน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งรสชาติของที่ร้านนี้ก็อร่อยค่ะ สั่งมาเพิ่มตั้ง 3 ถ้วย แหะๆ

สรุปแล้วเจอค่าเสียหายเข้าไป 580 บาท ทานกันสองคน อิ่มไปอีกสามวันเลยค่ะ

พอออกจากร้านน้องอุ้ม เราก็ถือโอกาสเดินย่อยกลับไปที่ตลาดน้ำอัมพวา เดินเรื่อยเปื่อยตามกระแสผู้คน (ที่เยอะเหลือเกิน) เข้าร้านที่อยากเข้า หยุดนั่งพักเมื่ออยากหยุด ซื้อนู่นซื้อนี่กินเมื่ออยากกิน เห็นความเปลี่ยนแปลงของอัมพวาเยอะแยะ คนหยุดถ่ายรูปกับสิ่ง “ประดิษฐ์” มากขึ้น สนใจวิวความงดงามของธรรมชาติน้อยลง แต่ก็เถอะนะ ไม่มีแบบไหนที่ผิดหรอกค่ะ แค่เราไปเที่ยว แล้วไม่ทำให้นักท่องเที่ยวด้วยกัน คนที่นั่น และธรรมชาติเดือดร้อน เท่านั้นก็พอแล้วล่ะ

ระหว่างทางเจอน้องๆ ที่คณะมาถ่ายทำรายการส่งอาจารย์ด้วย คิดถึงทั้งน้องๆ ทั้งอาจารย์เลย ^^

คืนนั้นกลับที่พักไปนอนหลับฝันดี ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ต้องกลับกรุงเทพซะแล้ว ก่อนจะขึ้นรถกลับ ก็เลยออกไปเดินตลาดกันอีกซักรอบ แวะซื้อของกิน แวะเข้าไปกินผัดไทป้าพร (ไม่ค่อยประทับใจเลย) ซื้อนู่นซื้อนี่แล้วก็กลับ โดยขึ้นรถตู้ตรงคิวที่อยู่ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพค่ะ วิ่งไปอนุสาวรีย์ แต่เราลงตั้งแต่เซ็นทรัลพระรามสองเอง คิดดูว่ารถตู้คันนี้ด่วนแค่ไหน จากอัมพวามาเซ็นทรัล แค่ครึ่งชั่วโมงเองนะ 555

สำหรับทริปอัมพวาคราวนี้ต้องถือว่าอิ่มอกอิ่มใจอิ่มท้องค่ะ มีความสุขทุกวินาทีจริงๆ น่าแปลกนะที่ไม่ว่าจะแวะมาที่เมืองนี้กี่ครั้ง เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายเท่าไหร่ แต่ก็ยังอดเทใจให้เมืองเล็กๆ อย่าง “อัมพวา” แห่งนี้ไม่ได้จริงๆ …

Advertisements

§ One Response to ฉันรักเธอ “อัมพวา”

  • […] เอาล่ะ ทีนี้ก็ข้ามขั้นตอนทั้งหมดแล้วก็แว๊บตัวไปถึงที่พักกันเลยนะคะ (ถ้าอยากอ่านบันทึกการท่องเที่ยวไปอัมพวาทั้งหมดเชิญได้ที่นี่เลย) เมื่อเราลงจากรถแล้วเห็นแค่ทางเข้า “บ้านสราญรมย์” แล้วก็คิดในใจแต่พูดออกมาว่า “เอ้อ…มันสวยกว่าที่คิดแฮะ” ดำริได้ดังนั้นก็เลยไม่รอช้า รีบจ้ำๆ เข้าไปข้างใน […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

What’s this?

You are currently reading ฉันรักเธอ “อัมพวา” at NidNok Koppoets's Blog.

meta

%d bloggers like this: