“สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” กับ 10 อย่างที่จะขอพูดถึง

14/08/2010 § 1 Comment

1. ชื่อเรื่อง

ชื่อ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” หรือ First Love ในภาษาอังกฤษนั้น ในความคิดเห็นของฉันนั้นออกจะ “ไม่ชอบ” เลยทั้งสองชื่อ ยิ่งถ้าเอาไปเทียบกับหนังตระกูลเดียวกันอย่าง “แฟนฉัน” หรือ “อนึ่งฯ คิดถึงพอสังเขป” ยิ่งรู้สึกว่าชื่อหนังไม่สามารถสื่อไปถึงจุดขายของหนังได้ (ฉันมองว่าจุดขายของเรื่องนี้อยู่ที่การพาผู้ชมย้อนอดีตไปสมัยมัธยม เป็น Coming of Age สุดพลังเลยนะ) ข้ออันตรายของการตั้งชื่อหนังแบบนี้ คืออาจทำให้คนเกิดความคิดในแง่ลบกับหนังตั้งแต่ยังไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมาก่อน แถมหนังเรื่องนี้ยังรวมเอาอีก 2 จุดขาย(ที่อาจเป็นจุดอ่อนได้ในเวลาเดียวกัน) คือ ตุ๊กกี้ และ มาริโอ้ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าไม่ได้ Trailer หรือกระแส Word of Mouth ก็อาจทำให้หลายคนพลาดหนังรักเล็กๆ เรื่องนี้ไปอย่างน่าเสียดาย Footnote เล็กๆ: ฉันจั๊กจี้มากตอนที่พนักงานที่ช่องขายตั๋วถามว่า “ดูเรื่องอะไรดีคะ” เลยตอบแบบกระมิดกระเมี้ยนสุดๆ ว่า “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารักค่ะ” (น้ำเสียงในตอนท้ายค่อยๆ เบาลง 555) 2.เวิร์คพอยท์ ปกติฉันจะคิดหนักเสมอเวลาที่ต้องเข้าไปดูหนังของ Work Point เพราะว่ามันช่างมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบที่ไม่ถูกชะตากับฉัน แต่ต้องถือว่าเป็นโชคดีของ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” ที่ฉันเสียเงินเข้าไปดูโดยที่ไม่รู้มาก่อนว่ามันเป็นหนังของ Work Point (แต่สหฯ มาจัดจำหน่ายให้ ภาพของสหฯ เลยชัดมาก) แต่สุดท้ายก็ต้องขอบคุณ “สิ่งเล็กๆ ฯ” เขาล่ะ ที่ช่วยเรียกคะแนนให้ Work Point สำหรับฉันขึ้นมาได้เยอะเชียว ^^ 3. ความสมจริง นี่แหละคือสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ฉันเสียดายที่สุดในหนังเรื่องนี้ และสิ่งนี้ก็มักจะเป็นจุดอ่อนของหนังย้อนวัยใสของไทยแทบจะทุกเรื่อง (ทำไมวะ?) คือยังไงดี การจะทำหนังย้อนวัยใส พาเรากลับไปหวนอดีตอันหอมหวานจะ 10 หรือ 20 ปีที่แล้วหรือมากกว่านั้น ก็ต้องชัดเจนไปเลยว่า ในสมัยนั้นมีอะไรเกิดขึ้น มีอะไรเด่น อะไรดัง ไม่ใช่แค่จับมาริโอ้มาใส่ชุดนักเรียน ถ่ายทำในโรงเรียน ก็เท่ากับการย้อนอดีตแล้ว เสน่ห์ของหนังประเภทนี้ มันอยู่ที่การทำให้ผู้ชมสนุกกับการร้อง “เออ เมื่อก่อนกูก็เล่นมุขแบบนี้แหละ” หรือ “ใช่ๆ เพลงนี้เคยร้องให้รุ่นพี่สมัยเด็กๆ” ไม่ใช่การเอาเรื่องที่สนุกในปัจจุบัน มาทำให้เป็นอดีต มันจะทำให้ความสมจริงของฉากหายฮวบไปเยอะเลย Footnote เล็กๆ: หนังไทยเรื่องเดียวที่ทำให้ฉัน “เชื่อ” ว่าอดีตมีอยู่จริงๆ ในหนัง ก็ยังคงเป็น “แฟนฉัน” อยู่ดีนั่นแหละ

4. ตุ๊กกี้ ไม่ได้ไม่ชอบตุ๊กกี้ แต่บางทีเธอก็อยู่ผิดที่ผิดทางไปซักหน่อย แต่สำหรับเรื่องนี้ถือว่าเธออยู่ถูกที่ถูกเวลาและ “กำลังดี” 5. มาริโอ้ ปกติฉันจะรำคาญพวกสก๊อยในโรงหนังที่ตั้งใจมากรี๊ดพระเอกโดยเฉพาะแบบสุดๆ แต่กับเรื่องนี้ อยู่ดีๆ ฉันก็ให้อภัยนางพวกนี้เฉยเลย เพราะว่าตัวเองก็แอบเคลิ้มกับความหล่อของน้องโอ้ (ปกติก็หล่อ แต่ด้วยบทของเรื่องนี้ ทำให้ยิ่งหล่อๆๆๆๆ ขึ้นไปอีก อ๊อย) แม้จะมีแม่สองนางสก๊อยเกิร์ลที่นั่งอยู่แถวหน้าเยื้องๆ ฉันออกไปสามสี่ที่นั่ง จะส่งเสียง “ฮื้อออ” “อื๊อออ” “กรี๊ดด” “ว้ายย” อยู่ไม่หยุดหย่อน แต่ฉันก็ถือซะว่าเป็นการดูหนังแบบ 3D (ภาพ เสียงในฟิล์ม และเสียงใกล้ตัว) ในราคาปกติก็แล้วกัน

6. ใบเฟิร์น น้องใบเฟิร์นกับฉากที่สระว่ายน้ำช่วงท้ายๆ เรื่อง คือสิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้! 7. นิ่ม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าน้องที่รับบทเป็น “นิ่ม” ชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ ของเธอคืออะไร แต่ฉันรักตัวละครตัวนี้มากเลย แล้วก็ดีใจมาก ที่ในชีวิตของฉันได้มี “เพื่อน” แบบนิ่มอยู่หลายคนเชียว ^^ 8. เกสท์เฮ้าส์ ภาษาอังกฤษ นักฟุตบอล สามสิ่งนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันชอบมากที่ผู้สร้างเลือกที่จะใส่ให้กับตัวละครทั้งหลาย แถมมันยังดูไม่เว่อร์ และไม่ยัดเยียดเกินไป ชอบที่ใส่รายละเอียดให้นางเอกเป็นเด็กที่เรียนภาษาอังกฤษเก่ง เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกสท์เฮ้าส์ ทำให้เธอได้เล่นละครภาษาอังกฤษ และได้ไปเมืองนอกในเวลาต่อมา (อันนี้ไม่ค่อยชอบละ 555) เช่นเดียวกันกับพี่โชน ที่ชอบเล่นบอลเหมือนพ่อ แต่ดั๊นมีปมอดีต(ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ) จากพ่อที่ยิงลูกโทษไม่เข้า สร้างความเซ็งให้กับประชาชนทั้งจังหวัด ทำให้พี่โชนของเราไม่กล้าเป็นนักบอลตัวจริง แต่ก็ชอบถ่ายรูปด้วยนะ (เออ อันนี้งง) เสียดายอยู่แค่ที่ว่า หนังใช้ประโยชน์กับรายละเอียดพวกนี้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร เหมือนยังพัฒนาต่อไปไม่สุด จากที่จะทำให้มันดีถึงขึ้นน่าจดจำได้ ก็เลยได้แค่ระดับที่น่าพึงพอใจ 9. แก๊งค์บีบี ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับหนังเท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ชีวิตการดูหนังของฉัน (และใครอีกหลายๆ คน) จะหลุดพ้นจากแก๊งค์บีบี แก๊งค์รับโทรศัพท์ในโรงหนัง แก๊งค์กินอาหารกลิ่นแรงในโรงหนังซักที (อ่ะแน่ล่ะ วันนี้ฉันเจอแฮตทริคสามเด้ง สามพฤติกรรมเลยจ้า) ไม่ต้องบรรยายสรรคุณคงพอเข้าใจ ขอสาปแช่งเอาไว้ ณ ที่นี้เลยละกันนะ ดวก! 10. ตัวฉันเอง เมื่อประมวลผลความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหนังเรื่องนี้ ต้องถือว่า “ชอบ” มากกว่าไม่ชอบ เอาเป็นว่าพอดูจบแล้วอารมณ์ดี เดินยิ้มออกมาจากโรงเลยแหละ (ก่อนจะดูเพิ่งทะเลาะกับแฟน พอออกมาโทรไปง้อเฉยเลย 555) มีหลายช่วงหลายตอนที่ไปต้องตรงกับชีวิตวัยหวานของฉัน ตั้งแต่ การขอครูไปเข้าห้องน้ำ แต่จริงๆ แล้วไปชะโงกดู “พี่คนนั้น” ที่ห้องเรียนเค้าการใช้มุข “เพื่อนฝากมาให้” กับคนที่เราแอบชอบการนั่งกอดคอร้องไห้และร้องเพลงอำลาอาลัยกับเพื่อน (แหวะ 555), การใช้เบอร์บ้านโทรไปหารุ่นพี่ที่เราแอบชอบ ด้วยความตื่นเต้นแบบสุดๆ(ของฉันแอดวานซ์กว่าในหนัง ตรงที่ต้อง “จด” ด้วยว่าเราคุยอะไรกัน 555) รวมไปถึงจังหวะตลกๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทย (ที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นตอนที่ 2 อดีตดรัมเมเยอร์เดินเข้าเฝือกที่คอ หน้าตุ่ยๆ แต่ยังคุยเม้าท์ผู้ชายอยู่ ขำก๊ากขึ้นมาเลย) ขอให้หนังเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาเรื่องต่อไป แล้วก็ขอขอบคุณช่วงเวลาสองชั่วโมงกว่าๆ ที่ทำให้ฉันนึกถึงอดีตของตัวเองได้เยอะเลย ^^ Footnote เล็กๆ ก่อนจบ: แต่ก่อนฉันต้องโทรเข้าเบอร์บ้าน หรือไม่ก็แอบเอาจดหมายรักไปวางไว้ที่โต๊ะรุ่นพี่ที่แอบปลื้ม แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสิบปี ทุกวันนี้ฉันเป็น friend กับรุ่นพี่ที่ฉันชอบใน facebook และยังติดตามชีวิตของพี่เค้าใน twitter อยู่เสมอๆ แต่ก็ยังไม่กล้าคุยกับเค้าอยู่ดีแหละนะ 55555

Advertisements

§ One Response to “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” กับ 10 อย่างที่จะขอพูดถึง

  • Nim Little Thing Fan Club says:

    ตอบข้อ 7 เกี่ยวกับนิ่มนะ
    เราก็เป็นแฟนคลับนิ่มนะ เพื่อนที่ดีที่สุดของน้ำ
    นิ่ม แสดงโดย ศศิประภา ธนุชาวิวัฒน์
    เรียนอยู่ โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

What’s this?

You are currently reading “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” กับ 10 อย่างที่จะขอพูดถึง at NidNok Koppoets's Blog.

meta

%d bloggers like this: